IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

> วันที่ 16 มกราคม "วันครู" ไปกราบครูกันเถอะ...
moonoom
โพสต์ Jan 15 2010, 06:38 AM
โพสต์ #1



Advanced Member
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : สมาชิก
โพสต์ : 201
เป็นสมาชิกเมื่อ : 3-May 09
จาก : หนองไผ่ เพชรบูรณ์ 67140
หมายเลขสมาชิก : 435



ไฟล์ที่แนบมา  ctoon10.jpg ( 6.03กิโลไบต์ ) จำนวนการดาวน์โหลด: 0

ประวัติความเป็นมาของ “วันครู”

ในปี พ.ศ. 2499 จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ ได้กล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมครูทั่วประเทศ ถึงความคิดที่จะกำหนดให้มีวันครู และเป็นการสอดคล้องกับความคิดเห็นของครูทั่วไป
ดังนั้น ในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้ วันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็น "วันครู" โดยถือเอาวันที่ประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2488 เป็นวันครู
วันครูได้จัดให้มีในครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 สืบเนื่องมาจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาในปี พ.ศ. 2488 ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า "คุรุสภา" เป็นนิติบุคคล ให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครู ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ให้ความเห็นเรื่องนโยบายการศึกษาและวิชาการศึกษาทั่วไปแก่ก
ระทรวงศึกษาธิการ ควบคุมจรรยาและวินัยของครู รักษาผลประโยชน์ส่งเสริมฐานะของครู จัดสวัสดิการให้ครูและครอบครัวได้รับความช่วยเหลือตามสมควร ส่งเสริมความรู้และความสามัคคีของครู
ในทุก ๆ ปี คุรุสภาได้ให้มีการประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนครูจากทั่วประเทศแถลงผลงานในรอบปีที่ผ่านมา และซักถามข้อข้องใจต่าง ๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภา โดยมีคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาเป็นผู้ตอบข้อสงสัย

คาถา ปาเจราจริยา โหนฺติ คุณุตฺตรานุสาสกา (วสันตดิลกฉันท์)
(สวดนำ) ปาเจราจริยา โหนติ (รับพร้อมกัน) คุณุตฺตรานุสาสกา
ปญญาวุฑฺฒิกเร เต เต ทินฺโนวาเท นมามิหํ
ข้าขอประณตน้อมสักการ บุรพคณาจารย์
ผู้ก่อประโยชน์ศึกษา
ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา อบรมจริยา
แก่ข้าในกาลปัจจุบัน
ข้าขอเคารพอภิวันท์ ระลึกคุณอนันต์
ด้วยใจนิยมบูชา
ขอเดชกตเวทิตา อีกวิริยะพา
ปัญญาให้เกิดแตกฉาน
ศึกษาสำเร็จทุกประการ อายุยืนนาน
อยู่ในศีลธรรมอันดี
ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวี
แก่ชาติและประเทศไทย เทอญฯ

ข้าขอประนมกระพุ่ม
อภิวาทนาการ
กราบคุณอดุลคุรุประทาน
หิตเทิดทวีสรร
สิ่งสมอุดมคติประพฤติ
นรยึดประครองธรรม์
ครูชี้วิถีทุษอนันต์
อนุสาสน์ประภาษสอน
ให้เรืองและเปรื่องปริวิชาน
นะตระการสถาพร
ท่านแจ้งแสดงนิติบวร
ดนุยลยุบลสาร
โอบเอื้อและเจือคุณวิจิตร
ทะนุศิษย์นิรันดร์กาล
ไปเปื่อก็เพื่อดรุณชาญ
ลุฉลาดประสาทสรรพ์
บาปบุญก็สุนทรแถลง
ธุระแจงประจักษ์ครัน
เพื่อศิษย์สฤษฎ์คตจรัล
มนเทิดผดุงธรรม
ปวงข้าประดานิกรศิษ
(ษ) ยะคิดระลึกคำ
ด้วยสัตย์สะพัดกมลนำ
อนุสรณ์เผดียงคุณ
โปรดอวยพรสุพิธพรอเนก
อดิเรกเพราะแรงบุญ
ส่งเสริมเฉลิมพหุลสุน-
ทรศิษย์เสมอเทอญฯ

คำปฏิญาณ

ข้อ 1 ข้าจะบำเพ็ญตนให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นครู
ข้อ 2 ข้าจะตั้งใจฝึกสอนศิษย์ให้เป็นพลเมืองดีของชาติ
ข้อ 3 ข้าจะรักษาชื่อเสียงของคณะครูและบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม







ไฟล์ที่แนบมาด้วย
ไฟล์ที่แนบมา  ctoon02.jpg ( 5.53กิโลไบต์ ) จำนวนการดาวน์โหลด: 0
 
Go to the top of the page
 
+Quote Post
 
Start new topic
คำตอบ (1 - 2)
ธีร์
โพสต์ Jan 15 2010, 12:08 PM
โพสต์ #2



Advanced Member
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : สมาชิกถาวร
โพสต์ : 904
เป็นสมาชิกเมื่อ : 10-December 08
หมายเลขสมาชิก : 22



ดอกกล้วยไม้ : ดอกไม้วันครู

ที่มาของดอกไม้ประจำวันครูมา จากคณะกรรมการจัดงานวันครู พ.ศ. 2539 มีมติกำหนดให้
“ดอกกล้วยไม้” เป็นดอกไม้ประจำวันครู....โดยเห็นว่าดอกกล้วยไม้เป็นพืชที่อยู่ในที่สูง
ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศไม่ร่วงโรยง่าย มีลักษณะและความหมายคล้ายคลึงกับสภาพชีวิตของครู
ซึ่งอยู่ทั่วแดนไทยที่ต้องอดทนต่อสู้เพื่ออุดมการณ์อุทิศตนเพื่อการศึกษาของชาติ

ม.ล.ปิ่น มาลากุล ผู้เป็นปูชนียบุคคลสำคัญในวงการศึกษาไทย ซึ่งองค์การยูเนสโก
ได้ยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก....ที่มีผลงานดีเด่นในฐานะนักการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ ของโลก ในปี 2546
ได้ประพันธ์โคลงบท “กล้วยไม้” ในฐานะครู..... เพื่อมอบให้แก่ครูทั่วประเทศ.....ดังนี้



กล้วยไม้ออกดอกช้า...........ฉันใด
การศึกษาเป็นไป...............เช่นนั้น
แต่ดอกออกคราวใด............งามเด่น
งานสั่งสอนปลูกปั้น............เสร็จแล้วแสนงาม

คำฉันท์ระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์
(คำประพันธ์ของ พระวรเวทย์พิสิฐ)

ปาเจราจริยาโหนติ คุณุตตรานุสาสกา
(วสันตดิลกฉันท์)

ข้าขอประนมกรกระพุม.................อภิวาทนาการ
กราบคุณอดุลคุรุประทาน..............หิตเทิดทวีสรร
สิ่งสมอุดมคติประพฤติ..................นรยึดประคองธรรม์
ครูชี้วิถีทุษอนันต์........................อนุสาสน์ประภาษสอน
ให้เรืองและเปรื่องปริวิชาน............นะตระการสถาพร
ท่านแจ้งแสดงนิติบวร..................ดนุยลยุบลสาร
โอบเอื้อและเจือคุณวิจิตร..............ทะนุศิษย์นิรันดร์กาล
ไป่เบื่อก็เพื่อดรุณชาญ.................ลุฉลาดประสาทสรรพ์
ปาบบุญก็สุนทรแถลง..................ธุระแจงประจักษ์ครัน
เพื่อศิษย์สฤษดิ์คติจรัล.................มนเทิดผดุงธรรม
ปวงข้าประดานิกรศิษ..................(ษ)ยะคิดระลึกคำ
ด้วยสัตย์สะพัดกมลนำ..................อนุสรณ์เผดียงคุณ
โปรดอวยสุพิธพรอเนก..................อดิเรกเพราะแรงบุญ
ส่งเสริมเฉลิมพหุลสุน-..................ทรศิษย์เสมอเทอญฯ

ปญญาวุฑฒิกเรเตเต ทินโนวาเท นมามิหํ

ไฟล์ที่แนบมาด้วย
ไฟล์ที่แนบมา  G6428536_22.gif ( 23.29กิโลไบต์ ) จำนวนการดาวน์โหลด: 0
 
Go to the top of the page
 
+Quote Post
freakism.studio
โพสต์ Jan 17 2010, 06:47 AM
โพสต์ #3



Administrator
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : ผู้ดูแลระบบ
โพสต์ : 138
เป็นสมาชิกเมื่อ : 1-December 08
จาก : freakismstudio
หมายเลขสมาชิก : 1



ครูดีนำศิษย์เลื่องชื่อ ระบือไกล



ม.ล.ปิ่น มาลากุล

กระจกเงา เรามี ไว้ส่องหน้า
ให้รู้ว่า ดีเด่น เป็นไฉน
ครูอยากรู้ ตัวครู เป็นอย่างไร
เชิญดูเด็ก ที่ได้ สั่งสอนมา

เด็กนั้นไซร้ เปรียบได้ ดังกระจก
ไม่ต้องยก ขึ้นดุ ก็รู้ว่า
ครูมี ลักษณะล้วน ควรบูชา
หรือว่าเลว หนักหนา น่าอับอาย

อันกระจก บานนี้ มีสมบัติ
ภาพแน่ชัด สิ่งเปื้อน ไม่เลือนหาย
แต่ถ้าตัว ดีแน่ แม้ตัวตาย
ภาพยังฉาย คนเห็น งามเด่นเอย.
กลอนนี้แม่ผมเก็บไว้ที่Desktopครับ แม่บอกเป็นกลอนที่ดี

หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล
(24 ตุลาคม พ.ศ. 2446 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2538)
บุคคลสำคัญของโลกและศิลปินแห่งชาติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร และผู้ก่อตั้งโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%...%B8%B8%E0%B8%A5
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

******************
สถาปนามหาวิทยาลัยศิลปากรวิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์

ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล อธิการบดีในขณะนั้น มีนโยบายที่จะเปิดคณะวิชาและสาขาวิชาที่ หลากหลายขึ้น แต่เนื่องจากบริเวณพื้นที่ในวังท่าพระคับแคบมาก ไม่สามารถจะขยายพื้นที่ออกไปได้ จึงได้ขยายเขตการศึกษาไปยังพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม โดยจัดตั้งคณะอักษรศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๑๑ คณะศึกษาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๑๓ และคณะวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๑๕ ตามลำดับ หลังจากนั้น จัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๒๙ คณะวิศวกรรมมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๓๕ สาเหตุที่เลือกพระราชวังสนามจันทร์เป็นที่ตั้งวิทยาเขตแห่งใหม่ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ได้ให้เหตุผลไว้ดังนี้

* ประการแรก พระราชวังสนามจันทร์เคยเป็นพระราชวังของพระบาทสมเด็จพระ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ผู้สนพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่งในทาง โบราณคดีและศิลปะทั้งปวง ทรงเป็นนักโบราณคดีและศิลปินชั้นเยี่ยมโดยเฉพาะ ทาง วรรณศิลป์ ทรงสนับสนุนนาฏศิลป์ตลอดรัชสมัยของพระองค์
* ประการที่สอง บริเวณพระราชวังสนามจันทร์เป็นที่ตั้งของเทวาลัยคเณศ ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น นอกจากนี้ พระคเณศยังเป็นเทพเจ้าแห่งศิลปะ และเป็นตราของทางมหาวิทยาลัยศิลปากร อยู่แล้ว
* ประการสุดท้าย ที่จังหวัดนครปฐมมีพระปฐมเจดีย์ประดิษฐานอยู่ นับได้ว่าเป็น ศูนย์กลางของโบราณคดีและศิลปะที่สำคัญในประเทศไทย ดังนั้นบริเวณพระราชวัง สนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม จึงเหมาะที่จะเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยศิลปากร
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 




Copyright © 2006-2009 Suankhlang.com All Right Reserved
2nd September 2014 - 11:16 AM