IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

> วิธีทำปุ๋ยอินทรีย์ชนิดต่างๆ, เห็นมีเขียนว่า *ชาวสวน* พอดีกำลังศึกษาเรื่องปุ๋ยอยู่เลยเอามาฝาก
ปริชัญญู
โพสต์ Jul 22 2010, 11:14 PM
โพสต์ #1



อนุรักขนาปธาน
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : คนเฝ้าสวน
โพสต์ : 2,051
เป็นสมาชิกเมื่อ : 11-December 09
จาก : จ.นครปฐม
หมายเลขสมาชิก : 1,211



สวัสดีครับ

อ้างอิงข้อมูลข้อมูลคัดลอกมาจาก

การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชนิดต่างๆ จาก หมอดิน สถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท

อุดม สว่างศรี
, วันชัย วงษา, ไพศาล มงคลหัตถี, รัตติยา โตจีน, พนม ก๋าติ๊บ, องอาจ นักฟ้อน, สายชล ปิ่นนาค

สถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท ต.หนองมะโมง กิ่ง อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท โทร.
056-466184
ปุ๋ยอินทรีย์น้ำสูตร พด.2
ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ เป็นปุ๋ยที่ได้จากการสกัดน้ำเลี้ยงออกจากเซลล์พืชและหรือ
เซลล์สัตว์โดยใช้น้ำตาล ด้วยกระบวนการหมักแบบไม่ต้องการอากาศ
โดยจุลินทรีย์ ทำให้ได้น้ำสกัดชีวภาพสีน้ำตาลใสถึงดำ ที่มีองค์ประกอบที่
จากสารพวกคาร์โบไฮเดรต โปรตีน กรดอะมิโน ฮิวมิกแอซิด ฮอร์โมน วิตามิน
และจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มากมาย จึงเป็นแหล่งธาตุอาหารพืชทั้งธาตุอาหารหลัก
ธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมอย่างครบถ้วน ช่วยเร่งการเจริญเติบโตและ
การติดดอกออกผล โดยใช้ร่วมกับปุ๋ยทางดิน
ขั้นตอนและวิธีการทำ
(ในถังขนาด 150 ลิตร) ละลายกากน้ำตาล 30 กก. รำข้าว 10 กก.
น้ำหรือน้ำมะพร้าว 40 ลิตร พร้อมสารเร่ง พด.2 2-3 ซอง นำวัสดุหมัก
คือ ปลา และ หรือ หอยเชอรี่ ผัก ผลไม้ ที่หั่นหรือบดแล้ว รวม 90 กก.
ลงในน้ำที่ละลายกากน้ำตาลและสารเร่งไว้แล้ว เติมน้ำให้ท่วม(เพื่อคนได้สะดวก)
แต่ต้องต่ำกว่าขอบปากถังลงมาอย่างน้อย 20 ซม. คลุกเคล้า แล้วคนส่วนผสม
ดังกล่าวให้เข้ากัน คนบ่อยๆ เพื่อให้วัสดุหมักย่อยสลายเร็วขึ้น 1 เดือนขึ้นไป
จึงกรองนำไปใช้(ยิ่งหมักนานยิ่งดี
)
อัตราและวิธีการใช้ หมักดิน ตอซัง โดยผสมน้ำฉีดพ่น สาดหรือหยดที่ทางน้ำ
เข้านา อัตรา
5 ลิตร/ไร่ ขลุบหมักทิ้งไว้ 10-15 วัน เพื่อช่วยสลายฟางข้าว
ให้เปื่อยยุ่ย จะทำให้ไถพรวนได้ง่าย อาจหยดที่ทางน้ำเข้านา 5 ลิตร/
ไร่
อีกครั้งเพื่อฟื้นฟูดิน เพิ่มปริมาณและกิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน

จากนั้นผสมน้ำฉีดพ่นให้ทางใบอัตรา
50-80 ซีซี /น้ำ 20 ลิตร
(หรือ 500–800 ซีซี / น้ำ 200 ลิตร) ในนาข้าวเมื่ออายุประมาณ 20, 40
และ 60 วัน ไม้ผล ทุก15-30 วัน * พืชผัก ทุก 3-5 วัน(ผสมเจือจางกว่าใช้ในนา
)

ขอบคุณครับ






--------------------
อดีตรองประธานมูลนิธิปิยสีโล...ผู้ได้ฉายา สืบ ปืนแตก หรือ สืบ ปืนเสีย
พระครูพิทักษ์วีรธรรม (สืบ ปริมุตโต) เจ้าคณะตำบลท่าพระยา
พระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาส วัดสิงห์ ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
 
Start new topic
คำตอบ (1 - 15)
ปริชัญญู
โพสต์ Jul 22 2010, 11:18 PM
โพสต์ #2



อนุรักขนาปธาน
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : คนเฝ้าสวน
โพสต์ : 2,051
เป็นสมาชิกเมื่อ : 11-December 09
จาก : จ.นครปฐม
หมายเลขสมาชิก : 1,211



ปุ๋ยอินทรีย์น้ำสูตรฮอร์โมนไข่ / เร่งดอก

วัสดุและวิธีทำ(ในถังขนาด 10 ลิตร)
ไข่หอยเชอรี่ 5 กก. + กากน้ำตาล 5 กก. + รำละเอียด 1 กก. + ปุ๋ยอินทรีย์น้ำสูตร พด. 2 = 250 ซีซี
หรือ ใช้ไข่ไก่ทั้งเปลือก 5 กก. +กากน้ำตาล 5 กก. + แป้งข้าวหมาก 1 ลูก + ปุ๋ยอินทรีย์น้ำสูตร พด. 2 = 250 ซีซี โดย

นำไข่ไก่ทั้งลูก และแป้งข้าวหมากปั่นให้ละเอียด
ใส่กากน้ำตาล ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วใส่น้ำมะพร้าวพอคน หรือกวนได้
นำไปบรรจุในถังพลาสติก ปิดฝา แต่ควรคนบ่อยๆ หมักทิ้งไว้ 7-15 วัน จึงกรองน้ำไปใช้

อัตราและวิธีใช้ ใช้อัตรา 5-10 ซีซี. / น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 5-7 วัน ช่วงพืชใกล้ออกดอก ขณะที่แดดอ่อน(ช่วงที่ข้าวตากเกสรให้เลี่ยงไปฉีดช่วงเย็นแทน) ควรบำรุงให้ต้นพืชมีความสมบูรณ์ก่อน

ข้าว เมื่ออายุ 55-60 วัน ควรฉีดประมาณ 2-3 ครั้ง

พืชผัก ไม้ผล เมื่อใกล้ออกดอกจะทำให้การติดดอกสม่ำเสมอ ขั้วเหนียว


--------------------
อดีตรองประธานมูลนิธิปิยสีโล...ผู้ได้ฉายา สืบ ปืนแตก หรือ สืบ ปืนเสีย
พระครูพิทักษ์วีรธรรม (สืบ ปริมุตโต) เจ้าคณะตำบลท่าพระยา
พระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาส วัดสิงห์ ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ปริชัญญู
โพสต์ Jul 22 2010, 11:24 PM
โพสต์ #3



อนุรักขนาปธาน
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : คนเฝ้าสวน
โพสต์ : 2,051
เป็นสมาชิกเมื่อ : 11-December 09
จาก : จ.นครปฐม
หมายเลขสมาชิก : 1,211



การต่อเชื้อจุลินทรีย์ พด.3 รักษาโรครากเน่าโคนเน่า "ปุ๋ยหมักชีวภาพจานด่วน"

ปุ๋ยหมักจานด่วน เป็นปุ๋ยที่ได้จากการนำวัสดุอินทรีย์ชนิดต่างๆ มาหมักใช้อย่างเร่งด่วน โดยใช้สารเร่งจุลินทรีย์ร่วมด้วย

ประโยชน์
ทำให้ดินร่วนซุย เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน เชื้อไตรโครเดอม่าใน
พด.3 ช่วยป้องกันโรครากเน่า โคนเน่าในพืชผัก ไม้ผล รากพืชแข็งแรงและมีปริมาณมาก
นอกจากนี้ยังช่วยให้ดินปลดปล่อยธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ให้พืชดีขึ้น

วัสดุที่ใช้ แกลบดิบและแกลบดำรวม 6 ปี๊บ + มูลสัตว์ 6 ปี๊บ + รำข้าวละเอียด 6 กก. + กากน้ำตาล 3 กก. + สารเร่ง พด.1 และหรือ พด.3 รวม 2 ซอง + ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ(สูตรพด.2) 3 ลิตร + น้ำสะอาดหรือน้ำมะพร้าว 10–20ลิตร

วิธีทำ คลุกเคล้า แกลบดิบ แกลบดำ รำข้าว มูลสัตว์ ผสมสารเร่ง พด.1 พด.3 กากน้ำตาล น้ำ และปุ๋ยอินทรีย์น้ำคนให้เข้ากันนานอย่างน้อย 10 นาที แล้วราดบนกองวัสดุคลุกเคล้าเข้ากันให้ชุ่ม ให้ได้ความชื้นประมาณ 60 % (กำแล้ววัสดุคงรูป น้ำไม่ไหลง่ามมือ) ตั้งกองวัสดุให้สูง 50 ซม.คลุมด้วยกระสอบป่าน หรือบรรจุกระสอบปุ๋ยมัดปาก วางในร่มเป็นเวลา 7-15 วัน (ควรผลิก กระสอบทุก 3 วัน) จึงนำไปใช้

** หากใช้ขี้วัวอาจมีปัญหาการระบาดของวัชพืช ควรให้ความชื้นและหมักต่ออย่างน้อย 30 วัน


อัตราและวิธีการใช้
พืชไร่ นาข้าว พืชผัก หรือไม้ดอกไม้ประดับ 100 – 200 กก./ไร่ โดยหว่านให้ทั่วแปลงก่อนไถพรวน/ทำเทือก หรือใส่ระหว่างแถวหลังปลูกพืช

ไม้ผลหรือไม้ยืนต้น 1-3 กก./ต้น โดยรองก้นหลุมหรือรอบทรงพุ่มทุกปี ในแปลงเพาะกล้า 1 กก./พื้น ที่ 10 ตร.เมตร โรยแล้วคลุกเคล้าให้ทั่วแปลงเพาะกล้า



--------------------
อดีตรองประธานมูลนิธิปิยสีโล...ผู้ได้ฉายา สืบ ปืนแตก หรือ สืบ ปืนเสีย
พระครูพิทักษ์วีรธรรม (สืบ ปริมุตโต) เจ้าคณะตำบลท่าพระยา
พระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาส วัดสิงห์ ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ปริชัญญู
โพสต์ Jul 22 2010, 11:28 PM
โพสต์ #4



อนุรักขนาปธาน
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : คนเฝ้าสวน
โพสต์ : 2,051
เป็นสมาชิกเมื่อ : 11-December 09
จาก : จ.นครปฐม
หมายเลขสมาชิก : 1,211



ปุ๋ยอินทรีย์น้ำจากเศษอาหาร สูตร พด.6


ประโยชน์
เพื่อใช้ดับกลิ่นเหม็น ใช้ทำความสะอาดห้องน้ำ ห้องครัว คอกสัตว์ บ่อปลา ช่วยบำบัดน้ำเสีย และลดกลิ่นเหม็นตามท่อระบายน้ำและกองขยะต่างๆ ใช้หมักดิน เศษพืช ตอซัง หรือผสมน้ำฉีดพ่นให้ทางใบพืช

*เป็นการลดปริมาณขยะในครัวเรือน


วัสดุและวิธีทำ (ในถังพลาสติกขนาด 120 ลิตร)
เศษอาหาร ขยะสด 60-80 กก. + กากน้ำตาล 20-30 กก. น้ำหรือน้ำมะพร้าว 20-40 ลิตร(แล้วแต่ประเภทเศษอาหารว่ามีน้ำ สดหรือแห้ง) + สารเร่ง พด.6 จำนวน 2 ซอง
** กรณีที่ต้องการใช้ดับกลิ่นในห้องน้ำ หรือในครัวเรือนเท่านั้น
ใช้น้ำมะพร้าว(แทนน้ำและเศษอาหาร) 80 ลิตร/กากน้ำตาล 20 กก.**

คนและหมักไว้
15 วันก่อนใช้

อัตราและวิธีการใช้
บริเวณที่ต้องการบำบัดใช้ปุ๋ยน้ำสูตร พด.6 อัตรา 2 ลิตร/น้ำ 20 ลิตร ราด ฉีดพ่นทุก 3 วัน
ในบ่อปลา ใช้ปุ๋ยน้ำสูตร พด.6 สาดหรือฉีดพ่นให้ทั่วบ่อ 5-10 ลิตร/ไร่/ครั้ง
หมักดิน ใช้อัตรา 5-8 ลิตร/ไร่ ราดหรือฉีดพ่นให้ทั่วในนาและหมักตอซังทิ้งไว้ 10-15 วันก่อนไถพรวน หรือ
ฉีดพ่นให้ทางใบพืช 5-10 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร เพื่อเร่งการเจริญเติบโต และติดดอกออกผล




--------------------
อดีตรองประธานมูลนิธิปิยสีโล...ผู้ได้ฉายา สืบ ปืนแตก หรือ สืบ ปืนเสีย
พระครูพิทักษ์วีรธรรม (สืบ ปริมุตโต) เจ้าคณะตำบลท่าพระยา
พระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาส วัดสิงห์ ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ปริชัญญู
โพสต์ Jul 23 2010, 09:16 AM
โพสต์ #5



อนุรักขนาปธาน
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : คนเฝ้าสวน
โพสต์ : 2,051
เป็นสมาชิกเมื่อ : 11-December 09
จาก : จ.นครปฐม
หมายเลขสมาชิก : 1,211



สมุนไพรสูตรป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืช สูตร พด 7
เป็นสารสกัดจากพืชที่มีกลิ่นฉุน รสเผ็ด ขม สารเบื่อเมา เพื่อป้องกัน,ไล่,กำจัดแมลงศัตรูพืช เช่น หัวกลอย หนอนตายหยาก เสือมอบ โล่ติ้น สะเดา ตะไคร้หอม เปลือกซาก สบู่ดำ สบู่เลือด ข่า ขิง พริก มะกรูด ใบ/ดอกลำโพง ฯลฯ * จากพืชมียางหรือรสฟาดเพื่อผลิตสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ว่านน้ำ กระเทียม เปลือกมังคุด แสยก กล้วยดิบ ลูกตาลสุก ใบมะรุม ใบยูคา
วิธีทำ (ในถังขนาด 120 ลิตร) ละลายกากน้ำตาล 5-10 กก.กับน้ำหรือน้ำมะพร้าว 40 ลิตร พร้อมสารเร่ง พด.7 จำนวน 1 ซอง นำสมุนไพรอย่างน้อย 3-4 ชนิดขึ้นไป บดหรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ รวม 50-60 กก. ใส่ลงในน้ำที่ละลายกากน้ำตาลและสารเร่งฯไว้แล้ว เติมน้ำให้ท่วมวัสดุหมัก แต่ต้องต่ำกว่าขอบปากถังลงมาอย่างน้อย 20 เซนติเมตร คลุกเคล้าและคนส่วนผสมดังกล่าวให้เข้ากัน ควรคนบ่อยๆ เพื่อให้สารออกฤทธิ์ละลายออกมา หมัก 21 วันขึ้นไป จึงกรองหรือคั้นน้ำนำไปใช้
วิธีและอัตราการใช้โดยผสมน้ำฉีดพ่นป้องกันโรค แมลงศัตรูพืช อัตรา 80-150 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร หรือ 0.8-1.5 ลิตร/น้ำ 200 ลิตร ทุก 3-5 วัน เมื่อแมลงเริ่มระบาด ส่วนกากนำไปทำปุ๋ยหมักหรือนำไปหว่านในแปลงพืชผักเพื่อป้องกันหรือไล่แมลงศัตรูพืช
***สมุนไพรรักษาเชื้อราแบบจานด่วน***เพื่อรักษาโรคใบขีด,ใบจุดสีน้ำตาลในข้าว แคงเกอร์ในส้ม แอนแทรกโนสในมะม่วง
วัสดุและวิธีทำหั่น/บดกระเทียม 0.5 กก. และว่านน้ำ 0.5 กก. + เหล้าขาว 1 ขวด เติมน้ำพอท่วมวัสดุหมักไว้ 24 ชม. จึงคั้นน้ำนำไปใช้ อัตรา 50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร โดยฉีดพ่นทุก 3-5 วัน ช่วงที่โรคดังกล่าวเริ่มระบาด (*ขวัญชัย แตงทอง หมอดินอาสาชัยนาท)




--------------------
อดีตรองประธานมูลนิธิปิยสีโล...ผู้ได้ฉายา สืบ ปืนแตก หรือ สืบ ปืนเสีย
พระครูพิทักษ์วีรธรรม (สืบ ปริมุตโต) เจ้าคณะตำบลท่าพระยา
พระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาส วัดสิงห์ ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ปริชัญญู
โพสต์ Jul 23 2010, 09:19 AM
โพสต์ #6



อนุรักขนาปธาน
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : คนเฝ้าสวน
โพสต์ : 2,051
เป็นสมาชิกเมื่อ : 11-December 09
จาก : จ.นครปฐม
หมายเลขสมาชิก : 1,211



การปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด
ปุ๋ยพืชสด คือ ปุ๋ยที่ได้จากการไถกลบเศษหรือต้นพืชขณะที่ยังสดลงไปในดิน ปล่อยให้ย่อยสลายระยะหนึ่ง แล้วจึงปลูกพืชหลักตาม ปกตินิยมใช้พืชตระกูลถั่วเป็นพืชปุ๋ยสด เช่น ถั่วพุ่ม ถั่วพร้า ปอเทือง ถั่วมะแฮะ โสนต่างๆ ฯลฯ เนื่องจากปลูกง่าย เป็นพืชที่สามารถตรึงธาตุอาหารไนโตรเจนจากอากาศได้ดี ไม่ระบาดเป็นวัชพืชในภายหลัง โดยตัดสับหรือไถกลบในช่วงที่พืชกำลังออกดอกประมาณ 50% เพราะจะได้ปุ๋ยพืชสดคุณภาพดี น้ำหนักสดต่อไร่สูงและย่อยสลายง่าย จึงปลูกพืชหลักตามได้ไวขึ้น สามารถดำเนินการได้อย่างกว้างขวางในพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น แปลงพืชไร่ นาข้าว และพื้นที่ดินเสื่อมโทรม

พืชตระกูลถั่วที่แนะนำให้ปลูกทำปุ๋ยพืชสด

ถั่วพุ่ม - นิยมปลูกทั้งในแปลงพืชไร่ นาข้าว(ที่น้ำไม่แฉะ)หรือในแปลงไม้ผลยืนต้น ใช้เมล็ดหว่านอัตรา 7-8 กก./ไร่ ไถกลบเมื่ออายุ 45-60 วัน ได้ปุ๋ยสด 2-3 ตัน/ไร่ ซึ่งจะให้ธาตุไนโตรเจน/ฟอสฟอรัส/โปตัสเซี่ยมประมาณ 2.9/0.6/3.5% ของนน.แห้ง

ถั่วพร้า - นิยมปลูกในแปลงพืชไร่,นาข้าว ทนแล้งได้ดี โดยใช้เมล็ดพันธุ์ 10 กก./ไร่ ไถกลบเมื่ออายุ 60-80 วัน ได้ปุ๋ยสด 3 ตัน/ไร่ ซึ่งจะให้ธาตุไนโตรเจน/ฟอสฟอรัส /โปตัสเซี่ยม ประมาณ 3.0 / 0.4 / 3.0 % ของ นน.แห้ง

ปอเทือง - นิยมปลูกในแปลงพืชไร่,นาข้าว โดยหว่านหรือโรยเป็นแถวระยะแถว 100 ซม.ใช้เมล็ดพันธุ์ 3-5 กก./ไร่ ไถกลบเมื่ออายุ 50-70 วัน ได้ปุ๋ยสด 3-4 ตัน/ไร่ ซึ่งจะให้ธาตุไนโตรเจน/ฟอสฟอรัส/โปตัสเซี่ยมประมาณ 3.0/0.4/3.0% ของนน.แห้ง

โดยไถกลบขณะที่พืชปุ๋ยสดกำลังออกดอก 50 % เพราะจะได้ปริมาณธาตุอาหารและน้ำหนักสดต่อไร่สูง ลำต้นยังไม่แข็งมาก สามารถปลูกพืชหลักตามได้ภายใน 10–15 วัน หากพืชปุ๋ยสดอายุมากกว่านี้ ก็ต้องไถกลบทิ้งไว้นานกว่านี้


--------------------
อดีตรองประธานมูลนิธิปิยสีโล...ผู้ได้ฉายา สืบ ปืนแตก หรือ สืบ ปืนเสีย
พระครูพิทักษ์วีรธรรม (สืบ ปริมุตโต) เจ้าคณะตำบลท่าพระยา
พระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาส วัดสิงห์ ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ปริชัญญู
โพสต์ Aug 7 2010, 12:19 AM
โพสต์ #7



อนุรักขนาปธาน
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : คนเฝ้าสวน
โพสต์ : 2,051
เป็นสมาชิกเมื่อ : 11-December 09
จาก : จ.นครปฐม
หมายเลขสมาชิก : 1,211



เครดิตข้อมูล จาก สำนักงานเกษตรอำเภอห้วยคต
การใช้ปุ๋ยชีวภาพอีเอ็มเบื้องต้น
EM (Effective Microorganism) คือจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ
โดยการรวมเอาจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพจากธรรมชาติ ประกอบด้วย
จุลินทรีย์ทั้งหมด 5 แฟมิลี่ 10 จีนัส 80 สปิชี่ โดย ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิงะ
ผู้เชี่ยวชาญสาขาพืชสวนจากมหาวิทยาลัยริวกิวประเทศญี่ปุ่น
สามารถค้นพบการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ที่ชอบอากาศ (Aerobic bacteria)
และจุลินทรีย์กลุ่มที่ไม่ชอบอากาศ (Amaerobic bacteria)
โดยได้เลือกจุลินทรีย์ที่ตรึงไนโตเจนในอากาศได้ (Azoto bacter)
และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (Photosythertic bacteria)
จุลินทรีย์ 2 กลุ่มนี้สามารถอยู่รวมกันได้เพราะต่างก็อาศัยด้วยการ
แลกอาหารซึ่งกันและกัน






--------------------
อดีตรองประธานมูลนิธิปิยสีโล...ผู้ได้ฉายา สืบ ปืนแตก หรือ สืบ ปืนเสีย
พระครูพิทักษ์วีรธรรม (สืบ ปริมุตโต) เจ้าคณะตำบลท่าพระยา
พระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาส วัดสิงห์ ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ปริชัญญู
โพสต์ Aug 7 2010, 12:27 AM
โพสต์ #8



อนุรักขนาปธาน
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : คนเฝ้าสวน
โพสต์ : 2,051
เป็นสมาชิกเมื่อ : 11-December 09
จาก : จ.นครปฐม
หมายเลขสมาชิก : 1,211



พื้นฐานการใช้จุลินทรีย์อีเอ็มแบบน้ำ

1. การขยายอีเอ็มเพื่อใช้ทันที
เตรียมขยายอีเอ็มในอัตราส่วน
อีเอ็ม/กากน้ำตาล/น้ำสะอาด (1/1/1,000)
วัสดุ
อีเอ็ม 1 ซีซี หรือ 1 ช้อนโต๊ะ
กากน้ำตาล 1 ซีซี หรือ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาด 1 ลิตร หรือ 10 ลิตร
2. การขยายเพื่อใช้กับการปลูกพืช
2.1 เตรียมภาชนะที่สะอาด เช่น ปิ๊บขนาด 20 ลิตร
บรรจุน้ำสะอาดเต็มปิ๊บ เติมอีเอ็ม 2 ช้อนโต๊ะ
กากน้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
(อีเอ็ม/กากน้ำตาล/น้ำสะอาด 1/1/1,000)
ผสมส่วนให้เข้ากันแล้วสามารถใช้ได้ทันที
เช่น ใช้ในการทำโบกาฉิในปุ๋ยหมักในสูตรต่างๆ ทุกครั้งที่ใช้อีเอ็ม
จะต้องขยายก่อนดังนี้ทุกครั้งไปใช้ฉีดพ่นรดพืชผัก ไม้ดอก ไม้ประดับ ฯลฯ
เดือนละ 2 ครั้ง ขยายฉีดพ่นข้าวเดือนละ 1 ครั้ง สำหรับไม้ผลขยาย
อีเอ็มฉีดพ่นเดือนละ 1 ครั้ง งดการฉีดพ่นในระยะไม้ผลออกดอก
การใช้อีเอ็มเพื่อใช้กับสัตว์เลี้ยงใช้อีเอ็มขยายให้กับสัตว์เลี้ยงกิน
อีเอ็ม/น้ำสะอาดอัตราส่วน 1/5,000-10,000
2.2 เตรียมน้ำสะอาดใส่ภาชนะขนาด 5 ลิตร แล้วหยดอีเอ็ม
ลงใส่ 1 ซีซี หรือขนาดภาชนะใส่น้ำสะอาดถัง 200 ลิตร เติมอีเอ็ม
ลง 4-10 ช้อนโต๊ะ เอาน้ำที่มีอีเอ็มไปให้สัตว์เลี้ยงจะไม่ส่งกลิ่นเหม็น
และมูลของสัตว์เลี้ยงที่กินอีเอ็มมีคุณสมบัติเหมือนโบกาฉินำไปใช้กับ
การปลูกพืชทุกชนิดเป็นพืชผักที่มีคุณภาพเจริญเติบโตได้เร็วดีเป็นพิเศษ
แตกต่างจากมูลสัตว์ธรรมดาโดยทั่วๆ ไป
การใช้อีเอ็มแก่สัตว์เลี้ยงกินห้ามผสมกากน้ำตาล
เพราะถ้าเป็นสัตว์
เลี้ยงกินไม่หมด เมื่อเกินระยะเวลา 3 วัน จะเป็นผลเสียแก่สัตว์เลี้ยงได้
2.3 ขยายอีเอ็มเพื่อฉีดพ่นหรือล้างคอก เพื่อขจัดกลิ่นเน่าเหม็นให้หมดไป
เช่น คอกสุกร ขยายอีเอ็มในอัตราส่วน อีเอ็ม/กากน้ำตาล/น้ำสะอาด
(1/1/1,000) น้ำอีเอ็มที่ขยายฉีดพ่นอย่าใช้ให้หมดเหลือไว้
ประมาณ 1/4 ของภาชนะ เติมน้ำลงไปอีกจนเต็มภาชนะอันเดิมแล้วเติม
กากน้ำตาลลงอีกเท่ากับที่ใส่ลงครั้งแรกการขยายของอีเอ็มจะเกิดขึ้น
อีกครั้งหมักต่อไว้อีก 1-3 วัน นำน้ำไปฉีดพ่นล้างออก เพื่อดับกลิ่นให้หายไป
ได้อย่างประหยัดภาชนะที่ใช้หมักต้องสะอาด น้ำที่ใช้ต้องสะอาด มีฝาปิด
เช่น การหมักขยายใส่ภาชนะขนาด 200 ลิตร เติมอีเอ็ม 20 ช้อนโต๊ะ
ควรหมักขยายต่อเชื้ออย่างต่อเนื่องไม่เกิน 4 ครั้ง แล้วจึงใช้ให้หมด
ล้างภาชนะให้สะอาดจึงเริ่มต้นขยายใหม่




--------------------
อดีตรองประธานมูลนิธิปิยสีโล...ผู้ได้ฉายา สืบ ปืนแตก หรือ สืบ ปืนเสีย
พระครูพิทักษ์วีรธรรม (สืบ ปริมุตโต) เจ้าคณะตำบลท่าพระยา
พระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาส วัดสิงห์ ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ปริชัญญู
โพสต์ Aug 7 2010, 12:42 AM
โพสต์ #9



อนุรักขนาปธาน
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : คนเฝ้าสวน
โพสต์ : 2,051
เป็นสมาชิกเมื่อ : 11-December 09
จาก : จ.นครปฐม
หมายเลขสมาชิก : 1,211



การทำฮอร์โมนธรรมชาติจากยอดพืช

วัสดุ
1. ยอดพืช 4 กก. ยอดยูคาลิปตัส 1 กก. ยอดสะเดา 1 กก.
2. ถังพลาสติกขนาด 20 ลิตร
3. จุลินทรีย์อีเอ็ม 200 ซีซี (1 แก้ว)
4. กากน้ำตาล 200 ซีซี (1 แก้ว)
5. น้ำสะอาดประมาณ 15 ลิตร

วิธีทำ
1. เก็บยอดพืชตอนเช้าตรู่ 6 กก. เช่น ฮอร์โมนใช้ในการปลูกพืช
ผักสวนครัว ใช้ยอดผักบุ้ง ยอดพืชตระกูลถั่ว ฯลฯ ฮอร์โมนใช้กับไม้ผล
ใช้ยอดมะม่วง ขนุน ฯลฯ ฮอร์โมนใช้ในนาข้าวใช้ยอดหญ้าใบข้าว ใบไผ่ ฯลฯ
แล้วนำยอดพืชล้างให้สะอาดบรรจุลงในถัง
2. เติมอีเอ็มและกากน้ำตาลอย่างละ 1 แก้ว
3. เติมน้ำสะอาดลงในถังเกือบเต็มให้มีช่องอากาศประมาณ 4 ซม.
เอาพลาสติกปิดปากถังแล้วเอายางรัดไม่ให้อากาศเข้า-ออกได้
ปิดปากถังให้การหมักมืดคลุมทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์
4. เมื่อการหมักครบ 10 วัน บรรจุลงขวดประมาณ 1 ลิตรได้
ประมาณ 15 ขวด มีอายุการเก็บรักษาได้ 3 เดือน
วิธีใช้
1. นำฮอร์โมนยอดพืช 40 ซีซี (4 ช้อนโต๊ะ) ผสมกับน้ำ 20 ลิตร (1 ปิ๊บ) รดฉีดพ่น
2. ใช้กับพืชผักสวนครัว รดหรือฉีดพ่นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
3. ใช้กับไม้ผล ไม้ยืนต้น รดหรือฉีดพ่นทุกๆ 30 วัน หลังเก็บเกี่ยว
ช่วงไม้ผลออกดอกห้ามฉีด ไม้ผลที่ดอกยังไม่บานฉีดพ่นได้
4. ฮอร์โมนที่ดีต้องมีกลิ่นหอมอมเปรี้ยว และมีราสีขาวอยู่ผิวหน้า
ถ้าฮอร์โมนมีกลิ่นเหม็นห้ามนำมาใช้กับพืชจะทำให้พืชตายได้
หมายเหตุ:
วัสดุที่ใช้แทนกากน้ำตาล ดังนี้ ใช้แทนกากน้ำตาล 1 ช้อน
(กรณีไม่ใช้กากน้ำตาล) เช่น
จุลินทรีย์ 1 ช้อน+น้ำอ้อย 2 ก้อน+น้ำ 10 ลิตร
จุลินทรีย์ 1 ช้อน+น้ำซาวข้าว 4 แก้ว+น้ำ 10 ลิตร
จุลินทรีย์ 1 ช้อน+นมข้นหวาน 2 ช้อน+น้ำ 10 ลิตร
จุลินทรีย์ 1 ช้อน+น้ำเปรี้ยว 2 ช้อน+น้ำ 10 ลิตร
จุลินทรีย์ 1 ช้อน+น้ำปัสสาวะ 1 แก้ว+น้ำ 10 ลิตร

ผลดีจากการใช้ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์
1. ดินโปร่งร่วนซุยใช้ติดต่อกัน 4 ปี หยุดใช้ 1 ปี ใน 5,6,7... ลดปริมาณ
การใช้ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ลงตามความเหมาะสม
2. ทำให้ กบ เขียด กุ้ง หอย ปู ปลา ฯลฯ กลับคืน
3. ให้ลดปริมาณปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ ลงในปี 3,4 และ 5 ปีละ 15 %
ผลผลิตจะคงที่หรือสูงขึ้น
4. ปัญหาการเกิดโรคของต้นข้าวจะหมดไป ในปีที่ 2,3,4
5. เกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยได้เอง และลดค่าใช้จ่าย
โดยการทำเกษตรแบบยั่งยืน และพึ่งพาตนเองได้





--------------------
อดีตรองประธานมูลนิธิปิยสีโล...ผู้ได้ฉายา สืบ ปืนแตก หรือ สืบ ปืนเสีย
พระครูพิทักษ์วีรธรรม (สืบ ปริมุตโต) เจ้าคณะตำบลท่าพระยา
พระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาส วัดสิงห์ ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ธันย์นรีย์
โพสต์ Aug 7 2010, 06:06 AM
โพสต์ #10



Advanced Member
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : คนเฝ้าสวน
โพสต์ : 1,410
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-December 08
จาก : เพชรเกษม 46 ภาษีเจริญ 10160
หมายเลขสมาชิก : 5



น่าสนใจ และดี และมีประโยชน์มากค่ะ
เดี๋ยวจะมาปรับแต่งให้นะคะ
emotion_091.gif







--------------------


เวลาถ่ายรูป...ส่วนใหญ่เราก็มักจะเก็บภาพที่เปี่ยมไป ด้วยความสุข ความประทับใจ
แล้วทำไมกับวันนี้ นาทีนี้ไม่เก็บเกี่ยวสิ่งดี ดี เก็บไว้
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ปริชัญญู
โพสต์ Aug 8 2010, 10:00 AM
โพสต์ #11



อนุรักขนาปธาน
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : คนเฝ้าสวน
โพสต์ : 2,051
เป็นสมาชิกเมื่อ : 11-December 09
จาก : จ.นครปฐม
หมายเลขสมาชิก : 1,211



QUOTE(ธันย์นรีย์ @ Aug 7 2010, 06:06 AM) *
น่าสนใจ และดี และมีประโยชน์มากค่ะ
เดี๋ยวจะมาปรับแต่งให้นะคะ
emotion_091.gif


emotion_083.gif emotion_083.gif ขอบคุณครับ อาแอ๊ด emotion_087.gif emotion_087.gif


--------------------
อดีตรองประธานมูลนิธิปิยสีโล...ผู้ได้ฉายา สืบ ปืนแตก หรือ สืบ ปืนเสีย
พระครูพิทักษ์วีรธรรม (สืบ ปริมุตโต) เจ้าคณะตำบลท่าพระยา
พระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาส วัดสิงห์ ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
Guest_พริกไท_*
โพสต์ Aug 9 2010, 10:40 PM
โพสต์ #12






Guests






QUOTE(ธันย์นรีย์ @ Aug 7 2010, 06:06 AM) *
น่าสนใจ และดี และมีประโยชน์มากค่ะ
เดี๋ยวจะมาปรับแต่งให้นะคะ
emotion_091.gif


ืหือ... emotion_073.gif emotion_036.gif


QUOTE(schoolbus @ Aug 8 2010, 10:00 AM) *
emotion_083.gif emotion_083.gif ขอบคุณครับ อาแอ๊ด emotion_087.gif emotion_087.gif


จะโดนปรับยังขอบคุณอีก เอ๊อแปลกดี อิอิ emotion_087.gif


................................................ด้วยรัก...
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ปริชัญญู
โพสต์ Aug 9 2010, 11:01 PM
โพสต์ #13



อนุรักขนาปธาน
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : คนเฝ้าสวน
โพสต์ : 2,051
เป็นสมาชิกเมื่อ : 11-December 09
จาก : จ.นครปฐม
หมายเลขสมาชิก : 1,211



การทำโบกาฉิ
โบกาฉิ หมายถึง การทำปุ๋ยหมักโดยเอาวัสดุที่หาได้จากธรรมชาติ
หมักด้วยการใช้จุลินทรีย์อีเอ็ม การหมักด้วยจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ
เป็นปุ๋ยหมักกองเล็กใช้เวลาหมักไม่เกิน 7 วัน จะได้ปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพ
สูงเพราะคุณลักษณะของจุลินทรีย์จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงคุณสมบัติของปุ๋ยหมัก
ในอดีตเราคุ้นเคยการทำปุ๋ยหมักกองโต ใช้เวลาหมักหลายเดือนคุณสมบัติ
ของอินทรีย์วัตถุที่เหลือ เป็นเพียงกากอินทรีย์วัสถุที่เน่าเปื่อยและปุ๋ยหมักกอง
โตจะมีประสิทธิภาพด้อย เพราะคุณสมบัติของจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ
และสามารถทำได้ 2 อย่าง เช่น โบกาฉิฟางและโบกาฉิมูลสัตว์ในที่นี้จะ
กล่าวถึงเฉพาะโบกาฉิมูลสัตว์เท่านั้น

ปุ๋ยคอก ได้แก่ มูลสัตว์ทุกชนิด เช่น มูลวัว ควาย หมู ไก่ นกกระทา ฯลฯ
ซึ่งมูลสัตว์เหล่านี้พบว่ามีกลิ่นเหม็น เป็นเพราะว่าในมูลสัตว์นั้นมีจุลินทรีย์
เน่าเปื่อย (เชื้อโรค) อยู่มาก เมื่อนำไปใช้ในการปลูกพืชปุ๋ยคอกแทนที่
ปุ๋ยคอกนั้นจะมีประโยชน์อย่างสูงกับพืชปุ๋ยคอกนั้นก็จะเป็นตัวชักนำโรค
เข้าสู่ต้นพืช เพราะการทำงานของจุลินทรีย์เน่าเปื่อยที่มีอยู่ในมูลสัตว์
ดังนั้นเพื่อให้ปุ๋ยคอกมีประสิทธิภาพสูงจึงจะต้องหมักด้วยจุลินทรีย์อีเอ็ม
ก่อนพืชจึงจะมีผลผลิตที่มีคุณภาพให้ผลผลิตสูง ไม่มีแมลงศัตรูพืชรบกวน
ดินโปร่งร่วนซุย ดินไม่อัดแน่น รายพืชขยายได้ดี มีมวลสรรพสัตว์มาพึ่งพิง
อาศัยอยู่ใต้ดินมากมาย นั่นคือพื้นฐานการทำดินให้มีชีวิตที่พบง่ายด้วยตา
เปล่าคือ ไส้เดือน นั่นคือสิ่งชี้ว่าดินเริ่มกลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ตามแบบ
ธรรมชาติดั้งเดิมด้วยการใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ

ในอดีตบรรพบุรุษเราเคยนำเอามูลสัตว์ไปใส่ในดินเฉยๆ พืชพันธุ์ธัญญา
หารงามอุดมสมบูรณ์ นั่นเพราะว่า จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพรออยู่ที่ดิน
ก่อนแล้ว เมื่อได้มูลสัตว์ที่เรานำไปใส่ก็จะเข้ามาย่อยขยาย แล้วเร่งผลิต
อาหารให้กับพืชต่อไป นั่นคือเกษตรธรรมชาติที่เกษตรกรเคยทำมาแล้วในอดีต




--------------------
อดีตรองประธานมูลนิธิปิยสีโล...ผู้ได้ฉายา สืบ ปืนแตก หรือ สืบ ปืนเสีย
พระครูพิทักษ์วีรธรรม (สืบ ปริมุตโต) เจ้าคณะตำบลท่าพระยา
พระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาส วัดสิงห์ ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ปริชัญญู
โพสต์ Aug 9 2010, 11:06 PM
โพสต์ #14



อนุรักขนาปธาน
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : คนเฝ้าสวน
โพสต์ : 2,051
เป็นสมาชิกเมื่อ : 11-December 09
จาก : จ.นครปฐม
หมายเลขสมาชิก : 1,211



การทำโบกาฉิจากมูลสัตว์
วัสดุ
มูลสัตว์ (ทุกชนิด) 1 ส่วน (ปิ๊บ)
แกลบดิบ 1 ส่วน (ปิ๊บ)
รำละเอียด 1 ส่วน (ปิ๊บ)
อีเอ็ม 10 ซีซี (1 ช้อนโต๊ะ)
กากน้ำตาล 10 ซีซี (1 ช้อนโต๊ะ)
น้ำสะอาด 10 ซีซี
วิธีทำ
ขั้นที่ 1 เตรียมอีเอ็ม/กากน้ำตาล/น้ำสะอาด ผสมไว้ในถังใน
อัตราส่วน 1/1/1,000 คือ น้ำ 10 ลิตร เติมอีเอ็มลง 1 ช้อนโต๊ะ
และกากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
ขั้นที่ 2 นำมูลสัตว์+รำละเอียดผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ขั้นที่ 3 เอาแกลบดิบทั้งหมดลงในน้ำที่ขยายอีเอ็มในขั้นที่ 1
จุ่มให้เปียกแล้วเอาแกลบออกสลัดน้ำที่หยดในแกลบออกพอประมาณ
นำมาคลุกในส่วนผสมระหว่างมูลสัตว์+รำละเอียด คลุกส่วนผสม
ทั้ง 3 ส่วนให้เข้ากันจะได้ความชื้น 50% พอดี
การหมัก
เอาส่วนผสมบรรจุลงในกระสอบปุ๋ยโดยบรรจุลงไป 3/4 ของกระสอบปุ๋ย
ไม่กดให้แน่น และเลือกใช้กระสอบปุ๋ยชนิดที่มีการระบายได้ดีรอบด้าน
นำไปวางลงในที่มีฟางรองเพื่อการระบายอากาศในส่วนล่าง พลิกกลับกระสอบ
ในวันที่ 2,3,4 เพื่อเอาด้านบนและข้างลงข้างล่างอยู่ 3 วัน
ในวันที่ 4 และวันที่ 5 อุณหภูมิก็จะปกติ ทั้งในระหว่างการหมักควร
ตรวจดูอุณหภูมิไม่ให้อุณหภูมิเกิน 50 C สามารถนำไปใช้ได้
การเก็บรักษา
เก็บรักษาเมื่อโบกาฉิแห้งสนิท ไม่ควรเก็บรักษาในที่ชื้นที่โดนฝนและโดนแดด
โบกาฉิสามารถเก็บรักษาได้นานประมาณ 1 ปี ถ้าไม่โดนความชื้น




--------------------
อดีตรองประธานมูลนิธิปิยสีโล...ผู้ได้ฉายา สืบ ปืนแตก หรือ สืบ ปืนเสีย
พระครูพิทักษ์วีรธรรม (สืบ ปริมุตโต) เจ้าคณะตำบลท่าพระยา
พระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาส วัดสิงห์ ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ปริชัญญู
โพสต์ Aug 9 2010, 11:13 PM
โพสต์ #15



อนุรักขนาปธาน
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : คนเฝ้าสวน
โพสต์ : 2,051
เป็นสมาชิกเมื่อ : 11-December 09
จาก : จ.นครปฐม
หมายเลขสมาชิก : 1,211



QUOTE(พริกไท @ Aug 9 2010, 10:40 PM) *
ืหือ... emotion_073.gif emotion_036.gif




จะโดนปรับยังขอบคุณอีก เอ๊อแปลกดี อิอิ emotion_087.gif


................................................ด้วยรัก...


emotion_090.gif emotion_087.gif 555+ ขณะนีสถานการณ์ด้านความขลังกำลังตึงเครียด เลยหนีมาเป็น ชาวสวน ก่อน
***จะได้ไม่มี Spyware มารบกวนอีก เหมือนในเพลง "ข้ามาคนเดียว ข้าไม่ยุ่งเกี่ยวผู้ใด"*** 555+ emotion_087.gif emotion_090.gif


--------------------
อดีตรองประธานมูลนิธิปิยสีโล...ผู้ได้ฉายา สืบ ปืนแตก หรือ สืบ ปืนเสีย
พระครูพิทักษ์วีรธรรม (สืบ ปริมุตโต) เจ้าคณะตำบลท่าพระยา
พระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาส วัดสิงห์ ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
ปริชัญญู
โพสต์ Aug 12 2010, 08:15 PM
โพสต์ #16



อนุรักขนาปธาน
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : คนเฝ้าสวน
โพสต์ : 2,051
เป็นสมาชิกเมื่อ : 11-December 09
จาก : จ.นครปฐม
หมายเลขสมาชิก : 1,211



การนำโบกาฉิไปใช้
โบกาฉิที่หมักด้วยจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพจะมีกลิ่นหอมเหมือนเชื้อเห็ด
จะมีราเส้นใยสีขาวขัดใยอยู่หนาแน่นพลังประสิทธิภาพของอีเอ็มไม่ทำให้
เชื้อโรคแสดงผลออกมาได้
1. การใช้โบกาฉิกับการปลูกพืช
1.1 รองพื้นแปลงปลูก โดยการผสมกับหญ้า ฟาง ซากอินทรีย์วัตถุหรือมูลสัตว์
ทุกชนิด ฯลฯ ใช้โบกาฉิโรยทับในปริมาณ 1-2 กำมือ/1 ตารางเมตร รดด้วยน้ำ
ที่ขยายอีเอ็ม (อีเอ็ม/กากน้ำตาล/น้ำสะอาดในอัตราส่วน 1/1/1,000) ใช้จอบ
สับให้ส่วนผสมเข้ากันกับดิน ทิ้งให้อีเอ็มขยายปรับความสมดุลของดิน 7
วัน
จึงนำพืชมาปลูก
1.2 โรยโบกาฉิที่แปลงปลูกพืชผักในปริมาณ 1-2 กำมือ/ตารางเมตร
หรือโรยรอบทรงพุ่มของต้นพืชที่ปลูก คลุมทับเศษฟางแห้ง
หญ้าแห้ง
เพื่อเป็นการขยายเชื้อของอีเอ็ม
1.3 การปลูกพืชที่เก็บผลในระยะสั้นประมาณ 60 วัน ไม่ควรใช้โบกาฉิฟาง
ควรใช้โบกาฉิมูลสัตว์ หรือปุ๋ยหมักจะได้ผลรวดเร็วทันความต้องการมากกว่า
การใช้โบกาฉิแต่ละครั้งควรใช้ทีละน้อย และใช้บ่อยๆ พืชงามทันใจตาม
ความต้องการ

2. การใช้โบกาฉิกับการปลูกไม้ผล
2.1 รองก้นหลุมไม้ยืนต้น ขุดหลุมลึกประมาณ 60*60*60 ใช้เศษฟาง
หญ้าแห้ง กิ่งไม้ มูลสัตว์ ซากวัตถุอินทรีย์อื่น ฯลฯ รองก้นหลุมโรย
โบกาฉิ 1-2 กำมือ ผสมกับดินเป็นชั้น ชั้นละประมาณ 10-15 ซม.
รดด้วยน้ำที่ขยายอีเอ็ม (อีเอ็ม/กากน้ำตาล/น้ำสะอาด ในอัตราส่วน 1/1/1,000)
ใช้จอบสับให้ส่วนผสมให้เข้ากับดิน กลางหลุมใช้โบกาฉิผสมกับหญ้ากองดิน
ให้สูงขึ้นประมาณ 30 ซม. คลุมด้วยฟางแห้ง หญ้าแห้ง
รดด้วยน้ำที่ขยายอีเอ็ม ทิ้งไว้ให้ อีเอ็มขยายปรับความสมดุล
ของดิน 10
วัน จึงนำพืชมาปลูก
2.2 ใช้โบกาฉิกับไม้ยืนต้นพืชที่ปลูกไว้แล้วหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิต
หรือต้นฤดูฝนเริ่มใช้โบกาฉิโดยหว่านโบกาฉิรอบทรงของพุ่มไม้ผล
ในอัตราส่วน 1-2 กำมือ/ตารางเมตร ห้ามโรยโบกาฉิชิด-ติดกับโคนต้น
จะทำให้ต้นไม้ตายได้ ถ้าต้นยังเล็กและการหว่านโบกาฉิรอบทรงพุ่มไม้ผล
ได้อาหารดีคลุมด้วยฟางแห้ง หรือหญ้าแห้งให้มากๆ รอบทรงพุ่มรดด้วยน้ำ
ที่ขยายอีเอ็มในอัตราส่วนเหมือนข้อ 2.1 การใช้โบกาฉิกับไม้ผลให้ใช้
ปีละ 2-3
ครั้ง เช่น หลังจากเก็บเกี่ยวของไม้ผลแต่ละประเภทหรืออาจจะ
ใช้ในช่วงฤดูฝน ดังนี้
ต้นฤดูฝน ระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม ควรใส่โบกาฉิใน
ปริมาณค่อนข้างมาก
กลางฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม อาจใช้เท่ากับช่วง
ต้นฤดูฝนหรือน้อยลงก็ได้
ปลายฤดูฝน ระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม ถ้าใส่โบกาฉิมากมาแล้ว
ในช่วงแรกๆ หรือถ้ามีฟาง-หญ้าคลุมให้มากไม่ต้องใส่โบกาฉิอีกก็ได้
อาจใช้เฉพาะมูลสัตว์อย่างเดียวก็ได้เพราะเชื้ออีเอ็มมีอยู่บ้างแล้ว






--------------------
อดีตรองประธานมูลนิธิปิยสีโล...ผู้ได้ฉายา สืบ ปืนแตก หรือ สืบ ปืนเสีย
พระครูพิทักษ์วีรธรรม (สืบ ปริมุตโต) เจ้าคณะตำบลท่าพระยา
พระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาส วัดสิงห์ ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 




Copyright © 2006-2009 Suankhlang.com All Right Reserved
22nd September 2014 - 05:10 PM