IPB

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก )

> ที่มา ประวัติ "วัดถ้ำสหายธรรมจันทร์นิมิต" อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
som nadeeta
โพสต์ Jun 2 2011, 05:04 PM
โพสต์ #1



Newbie
ภาพประจำกลุ่ม
*

กลุ่ม : สมาชิก
โพสต์ : 4
เป็นสมาชิกเมื่อ : 2-June 11
หมายเลขสมาชิก : 3,162



ที่มา ประวัติ "วัดถ้ำสหายธรรมจันทร์นิมิต" อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

ขอเรียนให้ปรากฏทราบทั้งหลายก่อนว่า ผู้เล่า มิบังอาจ จะเล่าประวัติหลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร ได้
แต่ขออนุญาต พ่อแม่ครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะองค์หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร แห่งวัดถ้ำสหายจันทร์นิมิตร บ้านผาสิงห์ ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ไว้ ณ ที่นี้ โดยจะกล่าวเพียงที่ได้ยินจากองค์หลวงปู่ที่ท่านเมตตาเล่าให้ฟัง ประกอบกับข้อมูลบางส่วนของ "ช่อฟ้าทัวร์"
ขออนุญาต พ่อแม่ครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะองค์หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร แห่งวัดถ้ำสหายจันทร์นิมิตร บ้านผาสิงห์ ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ไว้ ณ ที่นี้
ที่จะกล่าวต่อไปนี้ ได้หยิบยกข้อความของ "สหาย นักปฏิวัติภูซาง" เกี่ยวกับ ตำนาน"ถ้ำสหาย" มาประกอบเพื่อจะมองย้อนไปในอดีต ที่บริเวณเขตพิกัดนี้ เป็นป่าทึบ คมนาคมเข้าไม่ถึง นอกจากเดินเท้า ลุจนเหตุการณ์บ้านเมืองเริ่มคลี่คลาย กลุ่มมวลชนปฏิวัติเริ่มกลับสู่เมืองเพื่อประกอบสัมมาชีพอีกครั้ง หลังปี พศ.2524(หรืออาจก่อนหน้า) พระป่ารูปหนึ่่ง แวกป่าหาธุดงค์หาที่สัปปายะ มาพบถ้ำในบริเวณป่าแห่งนี้ ท่านเลือกปักกลดแรมคืน ซึ่งตอนนี้ ท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า(ผิดพลาดคลาดเคลือนประการใด พ่อแม่ครูอาจารย์ อภัยด้วย) "ก่อนจะเข้าฌานสมาธิ ท่านตั้งจิตอธิฐาน ว่า "สถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การสร้างวัด ถ้าหากว่าก่อร่างสร้างเป็นวัดแล้ว ก็อยากให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง รุ่งโรจน์ไปในภายภาคหน้า ถ้าเป็นเช่นคำอธิฐาน ขอวันรุ่งขึ้น ให้ได้พบพระผู้ใหญ่ ผู้จะมาเยี่ยมให้เป็นสิริมงคลและกำลังใจด้วยเทอญ" จากนััน ท่านทำสมาธิทั้งคืน"
ช่างอัศจรรย์ ยิ่งนัก เช้าวันรุ่งขึ้น หลังท่านฉันจังหันเสร็จแล้ว ก็นั่งคุยกับโยมอุปฐาก (ผู้เล่าไม่แน่ใจว่า เป็นโยมหรือพระหรือเณร ที่มาแรมคืนด้วย มีโอกาสแล้วจะกราบเรียนถามท่านหลวงปู่จันทร์เรียน อีกที) ระหว่างนั้นท่านได้ยินเสียงแวกป่า เสียงนั้นมุ่งมายังท่าน สักครู่ต้นเสียงนั้นก็ปรากฏในสายตาท่าน.......เป็นพระ....ถึงตอนนี้ ความคิดท่านก็วาบขึ้น .........คำอธิฐานเมื่อคืน โอ้....ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
พระ...ที่ปรากฏกายขึ้นในขณะนี้นั้น องค์ท่านก็คือ "หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดถ้ำภูผาแดง อ.หนองวัวซอ " นั่นเอง
และนี้คือภูมิหลัง ของ ถ้ำสหายธรรมจันทร์นิมิต
วัดถ้ำสหาย เดิมเป็นที่ตั้งทับสมปอง ของ"เขตงานลาติน"ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตงานภูซาง
บริเวณด้านหน้าถ้ำจะเป็นเนินใหญ่ มีปล่องแสงจากยอดถ้ำ ทำให้ถ้ำส่องสว่างตลอดทั้งวัน โดยมีน้ำซับใสสะอาดไหลออกมาจากก้นถ้ำ เข้าใจว่าจะไหลลงห้วยสามพาด
เดิมที่ตั้งถ้ำแห่งนี้เรียกว่าทับสมบูรณ์ เหตุที่ได้ชื่อนี้เพราะค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์ ในเรื่องของอาหารการกิน มีเรื่องเล่าว่าบางวันสามารถหายิงหมูป่าได้ถึง 2 ตัวซ้อน ส่วนปลานั้นก็สามารถจับได้เป็นแกลลอนๆ ส่วนเห็ดบดหรืเห็ดขอนนั้นเวลาเก็บแต่ละครั้งต้องเอาถุงปุ๋ยใส่เพราะมีจำนวนมาก
ถ้ำแห่งนี้เดิมใช้เป็นสถานที่อบรมการเมืองและฝึกอาวุธ หลักสูตร์เร่งรัดให้แก่มวลชนพื้นฐานชายดง และยังใช้เป็นโรงพยาบาลด้วยในบางครั้ง
เมื่อสหายสมปองเสียสละจากการซุ่มโจมตีของศัตรู ก้ได้มีการจัดพิธีไว้อาลัยและได้เก็บอัฐิของสหายสมปองไว้ที่นี่ จากนั้นจึงได้เรียกทับนี้ว่าทับสมปอง
ต่อมาพวกชาวบ้านที่ขึ้นภูมาล่าสัตว์ ได้พบเห็นร่องรอยของสหายที่บริเวณถ้ำนี้มากขึ้น จึงพากันเรียกว่า"ทับสหาย"
จนกระทั่งในปี 2526-2527 มีพระธุดงองค์หนึ่งได้เดินทางมาธุดงในบริเวณป่าแถบนี้ และได้พบอัฐิสหายและสิ่งของที่พวกสหายซุกซ่อนไว้ในถ้ำแห่งนี้ พระธุดงองค์นั้นมีความพอใจจึงได้ปักกรดปฏิบัติธรรม และสวดอุทิศกุศลแล้วจึงนำอัฐิสหายสมปอง มาโรยลงในทางเดินจงกรม และได้ไปขอจดทะเบียนชื่อวัดนี้ว่า"วัดถ้ำสหายธรรมจันทร์นิมิต"ซึ่งแสดงความหายชัดเจน และเป็นตำนานเล่าขานสืบมาจนทุกวันนี้
Go to the top of the page
 
+Quote Post
 
Start new topic
คำตอบ (1 - 3)
ar3
โพสต์ Jun 3 2011, 11:42 PM
โพสต์ #2



Advanced Member
ภาพประจำกลุ่ม
***

กลุ่ม : สมาชิก
โพสต์ : 409
เป็นสมาชิกเมื่อ : 16-August 09
หมายเลขสมาชิก : 745



มารออ่านจ้า...


--------------------
เห็นใจคือเห็นธรรม ถึงใจคือถึงธรรม
Go to the top of the page
 
+Quote Post
som nadeeta
โพสต์ Jun 15 2011, 04:18 PM
โพสต์ #3



Newbie
ภาพประจำกลุ่ม
*

กลุ่ม : สมาชิก
โพสต์ : 4
เป็นสมาชิกเมื่อ : 2-June 11
หมายเลขสมาชิก : 3,162



QUOTE(som nadeeta @ Jun 2 2011, 05:04 PM) *
ที่มา ประวัติ "วัดถ้ำสหายธรรมจันทร์นิมิต" อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

ขอเรียนให้ปรากฏทราบทั้งหลายก่อนว่า ผู้เล่า มิบังอาจ จะเล่าประวัติหลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร ได้
แต่ขออนุญาต พ่อแม่ครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะองค์หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร แห่งวัดถ้ำสหายจันทร์นิมิตร บ้านผาสิงห์ ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ไว้ ณ ที่นี้ โดยจะกล่าวเพียงที่ได้ยินจากองค์หลวงปู่ที่ท่านเมตตาเล่าให้ฟัง ประกอบกับข้อมูลบางส่วนของ "ช่อฟ้าทัวร์"
ขออนุญาต พ่อแม่ครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะองค์หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร แห่งวัดถ้ำสหายจันทร์นิมิตร บ้านผาสิงห์ ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ไว้ ณ ที่นี้
ที่จะกล่าวต่อไปนี้ ได้หยิบยกข้อความของ "สหาย นักปฏิวัติภูซาง" เกี่ยวกับ ตำนาน"ถ้ำสหาย" มาประกอบเพื่อจะมองย้อนไปในอดีต ที่บริเวณเขตพิกัดนี้ เป็นป่าทึบ คมนาคมเข้าไม่ถึง นอกจากเดินเท้า ลุจนเหตุการณ์บ้านเมืองเริ่มคลี่คลาย กลุ่มมวลชนปฏิวัติเริ่มกลับสู่เมืองเพื่อประกอบสัมมาชีพอีกครั้ง หลังปี พศ.2524(หรืออาจก่อนหน้า) พระป่ารูปหนึ่่ง แวกป่าหาธุดงค์หาที่สัปปายะ มาพบถ้ำในบริเวณป่าแห่งนี้ ท่านเลือกปักกลดแรมคืน ซึ่งตอนนี้ ท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า(ผิดพลาดคลาดเคลือนประการใด พ่อแม่ครูอาจารย์ อภัยด้วย) "ก่อนจะเข้าฌานสมาธิ ท่านตั้งจิตอธิฐาน ว่า "สถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การสร้างวัด ถ้าหากว่าก่อร่างสร้างเป็นวัดแล้ว ก็อยากให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง รุ่งโรจน์ไปในภายภาคหน้า ถ้าเป็นเช่นคำอธิฐาน ขอวันรุ่งขึ้น ให้ได้พบพระผู้ใหญ่ ผู้จะมาเยี่ยมให้เป็นสิริมงคลและกำลังใจด้วยเทอญ" จากนััน ท่านทำสมาธิทั้งคืน"
ช่างอัศจรรย์ ยิ่งนัก เช้าวันรุ่งขึ้น หลังท่านฉันจังหันเสร็จแล้ว ก็นั่งคุยกับโยมอุปฐาก (ผู้เล่าไม่แน่ใจว่า เป็นโยมหรือพระหรือเณร ที่มาแรมคืนด้วย มีโอกาสแล้วจะกราบเรียนถามท่านหลวงปู่จันทร์เรียน อีกที) ระหว่างนั้นท่านได้ยินเสียงแวกป่า เสียงนั้นมุ่งมายังท่าน สักครู่ต้นเสียงนั้นก็ปรากฏในสายตาท่าน.......เป็นพระ....ถึงตอนนี้ ความคิดท่านก็วาบขึ้น .........คำอธิฐานเมื่อคืน โอ้....ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
พระ...ที่ปรากฏกายขึ้นในขณะนี้นั้น องค์ท่านก็คือ "หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดถ้ำภูผาแดง อ.หนองวัวซอ " นั่นเอง
และนี้คือภูมิหลัง ของ ถ้ำสหายธรรมจันทร์นิมิต
วัดถ้ำสหาย เดิมเป็นที่ตั้งทับสมปอง ของ"เขตงานลาติน"ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตงานภูซาง
บริเวณด้านหน้าถ้ำจะเป็นเนินใหญ่ มีปล่องแสงจากยอดถ้ำ ทำให้ถ้ำส่องสว่างตลอดทั้งวัน โดยมีน้ำซับใสสะอาดไหลออกมาจากก้นถ้ำ เข้าใจว่าจะไหลลงห้วยสามพาด
เดิมที่ตั้งถ้ำแห่งนี้เรียกว่าทับสมบูรณ์ เหตุที่ได้ชื่อนี้เพราะค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์ ในเรื่องของอาหารการกิน มีเรื่องเล่าว่าบางวันสามารถหายิงหมูป่าได้ถึง 2 ตัวซ้อน ส่วนปลานั้นก็สามารถจับได้เป็นแกลลอนๆ ส่วนเห็ดบดหรืเห็ดขอนนั้นเวลาเก็บแต่ละครั้งต้องเอาถุงปุ๋ยใส่เพราะมีจำนวนมาก
ถ้ำแห่งนี้เดิมใช้เป็นสถานที่อบรมการเมืองและฝึกอาวุธ หลักสูตร์เร่งรัดให้แก่มวลชนพื้นฐานชายดง และยังใช้เป็นโรงพยาบาลด้วยในบางครั้ง
เมื่อสหายสมปองเสียสละจากการซุ่มโจมตีของศัตรู ก้ได้มีการจัดพิธีไว้อาลัยและได้เก็บอัฐิของสหายสมปองไว้ที่นี่ จากนั้นจึงได้เรียกทับนี้ว่าทับสมปอง
ต่อมาพวกชาวบ้านที่ขึ้นภูมาล่าสัตว์ ได้พบเห็นร่องรอยของสหายที่บริเวณถ้ำนี้มากขึ้น จึงพากันเรียกว่า"ทับสหาย"
จนกระทั่งในปี 2526-2527 มีพระธุดงองค์หนึ่งได้เดินทางมาธุดงในบริเวณป่าแถบนี้ และได้พบอัฐิสหายและสิ่งของที่พวกสหายซุกซ่อนไว้ในถ้ำแห่งนี้ พระธุดงองค์นั้นมีความพอใจจึงได้ปักกรดปฏิบัติธรรม และสวดอุทิศกุศลแล้วจึงนำอัฐิสหายสมปอง มาโรยลงในทางเดินจงกรม และได้ไปขอจดทะเบียนชื่อวัดนี้ว่า"วัดถ้ำสหายธรรมจันทร์นิมิต"ซึ่งแสดงความหายชัดเจน และเป็นตำนานเล่าขานสืบมาจนทุกวันนี้

Go to the top of the page
 
+Quote Post
som nadeeta
โพสต์ Jun 15 2011, 05:13 PM
โพสต์ #4



Newbie
ภาพประจำกลุ่ม
*

กลุ่ม : สมาชิก
โพสต์ : 4
เป็นสมาชิกเมื่อ : 2-June 11
หมายเลขสมาชิก : 3,162



บางเสี้ยวเกี่ยวกับหลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร แห่งวัดถ้ำสหายธรรม

ประมาณปี 2542 ออกพรรษา แล้ว หลวงปู่จันทร์เรียน ได้นำกฐินสามัคคีของวัด ไปทอดที่วัดป่าสวนกล้วย ไปทางอำเภอภู เรือ จังหวัดเลย ผู้เล่ามาทราบข้อมูลภายหลังว่า "วัดป่าสวนกล้วย" เป็นวัดที่ องค์หลวงปู่จันทร์เรียน เป็นผู้สร้างและท่านก็จำพรรษาอยู่ระยะหนึ่ง วันที่ขบวนกฐินออกจากวัดถ้ำสหายธรรม นั้น ผู้เล่าไปไม่ทันขบวน กล่าวคือเมื่อผู้เล่าขับรถ ไปถึงตลาดอำเภอหนองวัวซอ ก็แวะจอดร้านค้าที่รู้จักกัน เพื่อซื้อของถวายพระ แล้วถามเจ้าของร้าน ว่า
"เช้านี้ ขบวนกฐินของหลวงปู่จันทร์เรียน ออกจากวัดถ้ำสหายธรรม มาหรือยัง"
เจ้าของร้าน ตอบว่า "ขบวนกฐินของท่านผ่านไปแล้ว"
ผมตกใจ เพราะตั้งใจจะอยู่ในขบวนให้ได้ จึงได้แต่คิดว่า ต้องตามไป จึงพูดกับเจ้าของร้านค้าว่า "ถ้างั้น ผมคงไม่ต้องเข้าไปวัดถ้ำสหาย แต่จะตามขบวนไป"
เจ้าของร้านค้า ก็บอกว่า "ผมขอติดรถไปด้วย"
เราสองคน จึงขับรถมุ่งไปตัวจังหวัดเลย ผ่านหนองบัวลำภู นากลาง นาวัง วังสะพุง เมืองเลย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางไปอำเภอภูเรือ ผ่านบ้านเสี้ยวเหนือ เสี้ยวใต้ ผ่านตำบลสานตม จนเห็นป้ายด้านขวามือชี้ให้เลี้ยวขวา ไปหมู่บ้าน "สวนกล้วย"
เมื่อถึงวัด สังเกตุเห็นว่า พระสงฆ์ น่าจะฉันจังหันแล้ว เพราะญาติโยมกำลังเก็บอุปกรณ์ถ้วยชาม จานใส่อาหารนำไปล้าง
ผู้เล่ากับ คุณตาเจ้าของร้านค้าในตลาดหนองวัวซอ จึงเดินเข้าไปที่ศาลาฉัน เห็นองค์หลวงปู่จันทร์เรียน นั่งพักอิริยาบท อยู่ จึงเข้าไปกราบ
องค์หลวงปู่พูดขึ้นว่า "เพิ่งมาฮอด บ้อ นั่นเด้อกับข้าวจานปิดไว้ฮั่่น พากันกินเช้าซะ"
ผู้เล่ากับ คุณตาฯ จึงลุกจากองค์หลวงปู่ แล้วเดินไปนั่งตรงที่เก็บสำรับข้าว เพื่อจะกินข้าว
ขณะนั้นตาก็สังเกตูุเห็นคุณป้าคนหนึ่งเดินเข้ามาหา ผมเงยหน้าขึ้น คุณป้าท่านพูดว่า "พึ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้แหละว่า ทำไม องค์หลวงปู่จันทร์เรียน จึงไม่ให้เก็บสำรับกับข้าวชุดนี้ ที่แท้ ท่านรู้ว่า อะไรเป็นอะไร เพราะป้าเองก็สงสัยว่าทุกคนที่มาร่วมงานทอดกฐินครั้งนี้ ต่างก็ร่วมทานอาหารเช้าที่จัดไว้ให้ทุกคนแล้ว แล้วทำไมไม่ให้เก็บอาหารชุดนี้ไปใช้ประโยชน์อื่น แล้วจะได้ล้างถ้วยชามในคราวเดียวันเลย ให้เหลือไว้ทำไม"
สาธุ สาธุ สาธุ ต่อองค์ท่าน ท่านเป็นผู้รู้แจ้ง จริง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สาธุ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 1 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 1 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 




Copyright © 2006-2009 Suankhlang.com All Right Reserved
21st April 2014 - 08:58 AM